คนกล้าคืนถิ่น

พัชฌา ชัยชนะ

  • คนกล้าน่าน
  • เว็บไซต์ :
  • Facebook : พัชฌา ชัยชนะ

คนกล้ารุ่น2/3 โหนดบ้านสวนออนซอน

เรื่องราวของดิฉัน ดิฉันเป็นลูกชาวนา จ.เชียงราย แต่มาทำงานชลบุรี-กทม.
จนกระทั่งวันหนึ่งกลับไปเรียนที่มหาวิชชาลัยพุทธเศรษฐศาสตร์ เป็นนักเรียนชาวนา
ที่นั่นเปิดมุมมองให้เห็นว่าการทำเกษตรอินทรีย์ไม่ยากอย่างที่เคยคิด มีการคิดค้นวิธีการใหม่ๆมากขึ้น
แต่เพื่อนร่วมชั้นส่วนใหญ่เป็นชาวนา ดังนั้นมันก้อยังไม่คิดว่าตัวเองจะมีความสามารถทำได้ในเวลาอันใกล้ คงต้องรอให้มีทุนก่อน

จนกระทั่ง วันหนึ่งคุณแม่เป็นมะเร็งต้องผ่าปอด ต้องพาแม่มาอยู่ที่ลำลูกกา
ช่วงนั้นเองที่มีโอกาสได้ไปอบรมโครงการคนกล้าคืนถิ่น
ตอนไปไม่ได้คาดหวังอะไรนอกจากคิดว่าเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้เผื่อวันหนึ่งจะคืนถิ่นพาแม่กลับบ้าน
วันที่ไปอบรม หลงทาง แถมทางก้อไกลไม่ถึงสักที แต่พอมีโอกาสได้ฟังพ่อเลี่ยมเท่านั้นแหละ
โอ้โห รู้สึกว่าเราโชคดีจังที่ได้มาที่นี่ ตอนเช้ารีบตื่นมาคุยกับพ่อ
พ่อเลี่ยม คือแรงบันดาลใจแรก ที่ทำให้รู้ว่านี่แหละชีวิตที่ใฝ่ฝัน การมีป่าและใช้ชีวิตพอเพียง

โครงการทำให้เกิดความมั่นใจว่า จะไม่ต้องเดินอย่างโดดเดี่ยว จะมีเพื่อนเดินไปด้วยกัน
อยากเรียนก้อมีครูให้เราไปร่ำไปเรียนด้วย 5 วันแต่เหมือนผูกพันกับเพื่อนมานาน
สัมผัสได้ถึงสังคมแห่งการแบ่งปันที่ไม่เคยพบเจอมานาน โชค2ชั้นคือหลังจากอบรม ขอพ่ออยู่ต่ออีก1คืนเพื่อเรียนทำยา
คุณอุ้ยพาไปบ้านดร.เกริก ที่นั่นทำให้รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง คือตอนที่อบรม มันอบรมฟรีใช่ป่ะ
มีคำถามกับตัวเองว่า เราจะทำประโยชน์อะไรให้เกิดขึ้นคุ้มค่าเงินที่เค้าจัดอบรมป่าว?
พอได้คุยกับดร. ดร.บอกว่า ทางโครงการอยากให้มีคนกล้า 1 ล้านคน โห เค้าคาดหวังอะไรกับเราป่าว
รู้สึกตัวเองเป็นคนไม่ได้เรื่องมาก ใช้ชีวิตไปวันๆ จะทำไงดี ก็ได้รู้จากดร.ว่าจะมีโครงการคนกล้าเข้มข้น5เดือน
ก็คิดนะ อยากมาฝึก มันคงเหมาะกับมือใหม่อย่างเรานะ แต่ก็ห่วงแม่ เลยตัดสินใจครั้งใหญ่

ตัดสินใจสมัครเป็นคนเฝ้าวัด โทรไปสมัครเลย ได้ โห ก็ย้ายไปอยู่วัดกันเลย
ตอนนั้นคิดแค่ว่าทำยังไงจะย้ายออกจากทาวน์เฮาส์ ไปหัดทำอะไรก้อได้ที่เกี่ยวกับเกษตร
ใครๆก็บอกนะ ว่าอยู่ทาวน์เฮาส์ก็ทำได้ แต่สำหรับดิฉัน มันต้องหนีก่อน กลัวตัวเองขี้เกียจ
และกลายเป็นโชคดีคือที่วัด ที่ธัญญะคลอง14 อากาศดีมากเกือบคล้ายเชียงราย แม่แฮปปี้เลย
จนพอทำไปได้ระยะหนึ่ง มันก้อเริ่มรู้สึกว่าอยากเรียนรู้มากขึ้น เลยตัดสินใจไปร่วมกิจกรรมพลังคนสร้างสรรค์โลก
รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดินปีที่4 ที่ห้วยกระแทก ลพบุรี และไปอบรมยักษ์จับมือโจนธรรมธุรกิจ ที่มาบเอื้อง ชลบุรี
และตัดสินใจไปฝึกงานที่ ชุมชนต้นน้ำน่านในที่สุด

บัดนี้ แม่ต้องฉายแสงอีกรอบ เลยต้องกลับมาที่วัดอีกครั้ง แต่เป้าหมายที่ชัดเจน ไม่เคยเปลี่ยน
จากวันที่อบรมคนกล้าคืนถิ่น รู้แล้วว่าชีวิตจะเดินไปทางไหน ศาสตร์พระราชา คือทางรอดทางเดียว
จะนำความรู้ที่มี ปลูกผัก พึ่งพาตนเอง ในวิถีอินทรีย์ เพื่อวันหนึ่งจะนำความรู้ที่มีสร้างประโยชน์เพื่อแผ่นดิน
ให้สมที่โชคดีได้เป็นศิษย์องค์ภูมิพล

ขอบคุณโครงการที่เป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงชีวิตในครั้งนี้
อยากให้โครงการก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
เพื่อเป็นตะเกียงส่องทางให้เกิดคนกล้าทุกหย่อมหญ้าในเมืองไทย

ด้วยความขอบพระคุณอย่างสูงทุกท่านที่มีส่วนร่วมในโครงการ
และปราชญ์ที่น่ารัก พี่เลี้ยงและกระบวนกรที่น่ารักทุกคนค่ะ

 

 

มาเล่าต่อจากคราวที่แล้วนะคะ

 

หลังจากแม่รักษาตัวทางแพทย์แผนปัจจุบันจนเบื่อละ(เจ็บจนทนไม่ไหว) เลยชวนแม่ไปอยู่ด้วยกันที่ " ไฮ่สหายน่าน" ของอาจารย์สันโดษ สุขแก้ว

 

ที่นี่ดูแลแม่ไปพร้อมๆกับการได้ทำตามความฝัน มันทำให้มีกำลังใจ แม้จะเหนื่อย จะล้า แต่ดีใจที่ได้มีโอกาสก้าวต่อไปเรื่อยๆ 

 

ตอนนี้แม่สิ้นแล้ว แต่ยังตั้งใจจะเรียรู้ต่อไป

 

การได้ทำตามความฝันที่นี่ มันคือความสุข ได้อยู่กับลูก เรียนรู้ไปด้วยกัน ตอนนี้เรียนรู้วิถีมากขึ้นๆ ลูกสาว อายุ6ขวบ ก่อไฟด้วยฟืนได้ ช่างน่ามหัศจรรย์ ตัวเราเรียนรู้ที่จะทำอะไรเองได้หลายอย่าง ซึ่งบางครั้งอดคิดไม่ได้ว่า การอยู่ในเมืองทำให้เราคิดแต่จะซื้อ เพราะมีขายเต็มไปหมด ทำให้เราลืมว่า เราสามารถหัดทำอะไรได้ตั้งมากมายแม้แต่อาหาร ขนม ที่เราชอบกิน อยู่ในเมือง แม้แต่ปอกเอง ยังไม่อยากปอกเลย 555 

การเรียนรู้ที่จะพึ่งพาตนเอง มันทำให้เรารู้สึกถึงคุณค่าและศักยภาพของตัวเอง มันทำให้เราภูมิใจ

 

ตอนนี้มาเยี่ยมบ้านที่ อ.ลำลูกกา ยิ่งตระหนักถึงความแตกต่าง 

 

คิดถึงบ้านที่ "ไฮ่สหายน่าน" มากๆเลย

 

ตั้งใจว่า ไม่ว่าจะยังไง จะไม่หยุดเรียนรู้ 

จะขอใช้ชีวิตในวิถีที่เลือก ต่อไป

 

ขอบคุณโครงการและครูทุกท่าน เพื่อนๆ พี่ๆทุกคน ใครสนใจแวะไปเยี่ยมเยียนทักทายกันที่ "ไฮ่สหายน่าน" นะคะ

(บันทึกเพิ่มเติม 26 พค. 2561)