คนกล้าคืนถิ่น

ปรารถนา แก้วประมูล

  • คนกล้าสระบุรี
  • เว็บไซต์ :
  • Facebook : https://www.facebook.com/chorkachergarden

“สุดท้ายแล้วเราจะค้นพบว่า.. สิ่งที่มีความหมายต่อชีวิตของเราจริง ๆ มีไม่กี่อย่างเท่านั้น ..หนึ่งในนั้นคือ สุขภาพของเรา และอีกหนึ่งคือ ครอบครัวที่เรารัก”
ก่อน จะมาเป็น .. ‘ คนกล้า คืนถิ่น ‘ ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า .. การเป็นเด็กที่เรียนดีมาตลอดมักจะได้รับความคาดหวังว่าจะเรียนจบมามีการงานที่ดีทา และเป็นเจ้าคนนายคนแบบที่ผู้ใหญ่หลายๆคนมักจะบอกลูกหลานเสมอ.. เราก็เป็นคนหนึ่งที่ตั้งใจจะจบไปเป็นเภสัชกรที่ดี .. มีงาน มีเงิน มีชีวิตที่ดีงาม ..แต่ในความจริง โลกจะหมุนเราไป .. จนกว่าถึงจุดที่สมดุลที่สุดของเราต่างหาก พอเริ่มทางานได้ไม่กี่ปี .. ก็ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ให้รับผิดชอบงานมากขึ้นเรื่อยๆ .. ตอนนั้นก็ดีใจที่เราพยายามแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดี มีผลงานดี จนเจ้านายไว้ใจ ทาให้รายได้ค่อยๆสูงขึ้น .. สูงจนไม่คิดว่าทางานมาแค่ 5 ปี แต่รายได้สูงเกือบแตะครึ่งแสน .. ล่าสุดก่อนที่ชีวิตจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ .. มีบริษัทมาเสนอให้ลาออกจากที่ทางานเก่าไปทางานกับเขา โดยเสนอค่าตอบแทนราวๆ แปดหมื่นกว่าบาท ถ้ารวมคอมมิสชั่นก็หนึ่งแสนพอดี .. แต่สุดท้ายตัดสินใจไม่ไป เพราะลักษณะงานต้องเดินทางต่างประเทศบ่อย เป็นห่วงพ่อกับแม่ .. แค่ทุกวันนี้ทางานอยู่ต่างจังหวัด ก็ได้กลับบ้านน้อยอยู่แล้ว

จนเมื่อปี 2558 ก็เกิดปัญหาเรื่องสุขภาพที่สะสมมาหลายปี เพราะไม่ได้ใส่ใจที่จะดูแลตัวเองมาตั้งแต่ต้น เป็นปัญหาจากการขาดความสมดุลในชีวิต อดหลับอดนอนบ่อย เคยมีช่วงทางานเพลินๆแล้วไม่ได้นอน 72 ชั่วโมงเลยก็มี ทานข้าวไม่เป็นเวลา ทุกนาทีเร่งรีบ ทานแต่อาหารไม่มีประโยชน์ สุขภาพย่าแย่ .. หมดเงินไปกับค่ารักษาพยาบาลเยอะมาก .. ก็เงินที่หามาเองนั่นแหละ .. แม้จะมีสวัสดิการที่ดี แต่คุณภาพชีวิตไม่ดีเลย .. พอเริ่มดูแลตัวเอง ไม่ได้โหมงานหนักเหมือนเมื่อก่อน .. ผลงานที่เคยได้ 150% มันก็ลดลงเหลือสัก 90% .. แต่เชื่อเถอะว่านั่นมันดีไม่พอสาหรับชีวิตการทางานของคนที่ประสบความสาเร็จมากๆหรอก
จนแม่พูดออกมาคานึง ซึ่งสะเทือนใจมาก .. แม่บอกว่า ..
“แม่ไม่ได้เลี้ยงหนูให้โตขึ้นมา เพื่อที่จะเอาชีวิตไปทิ้งไว้แบบนั้นนะลูก”
คำของแม่สั้นๆ .. จึงตัดสินใจลาออก .. ด้วยความที่ชอบทาขนมเป็นงานอดิเรกเลยคิดว่าทาธุรกิจส่วนตัวแล้วกัน จะได้บริหารเวลาบริหารงานเองได้ เลยเลือกที่จะไปเปิดร้านนมที่เชียงใหม่ เมืองที่มีสไตล์มากที่สุดในประเทศ
แต่เป็นเจ้าของกิจการ .. แบบที่ใครๆคิดว่าคงทาอะไรก็ได้ มีงาน มีเงินมีเวลา .. แต่เปล่าเลย ไม่ใช่แบบนั้น เพราะการเป็นเจ้าของกิจการต้องพยายามและทุ่มเทมากกว่าเป็นพนักงานเงินเดือนหลายเท่า .. เป็นมนุษย์เงินเดือนจะทางานพลาดก็ยังแก้ไขกันได้ พอสิ้นเดือนก็มีเงินเดือนเข้า
แต่การเป็นเจ้าของกิจการ .. ถ้าพลาดคือ จบ
ข้อดีของการมีกิจการของตัวเอง คือเราบริหารจัดการเวลาเองได้ .. สุขภาพเลยค่อยๆดีขึ้น ..
สุขภาพเราดีขึ้น แต่สุขภาพของพ่อกับแม่เราต่างหาก ที่ค่อยๆแย่ลงทุกวัน .. ตอนนั้นเคยคิดที่จะกลับบ้าน แต่กลับไปก็ไม่รู้จะทาอะไร บ้านนี่ถูกจัดว่าบ้านนอกมาก ทาธุรกิจคงประสบความสาเร็จยาก แต่จะให้กลับไปทางานหามรุ่งหามค่า เป็นเภสัชกรโรงพยาบาลก็ต้องขึ้นเวรอีก ร่างกายก็จะกลับมาย่าแย่ ..
ตอนนั้นเสริชกูเกิ้ลไปเรื่อยๆ สนใจเรื่องบ้านดิน เมล็ดพันธุ์ และสไตล์การมีชีวิตแบบพี่โจ (โจน จันใด) เคยไปพันพรรณหลายครั้ง .. ไปค้นหาความหมายจริงๆของชีวิต .. จนบังเอิญไปเจอโครงการคนกล้าคืนถิ่น ประกาศรับสมัครใน facebook .. ทีแรกงงมาก ว่านี่มันโครงการอะไรนะ(วะ)? ไม่เห็นมีรายละเอียดให้ดูเลย บอกว่ารุ่นนี้รุ่นที่ 2 แล้ว แต่พอหาข้อมูลของปีที่แล้วก็ไม่มี .. แต่ก็เสี่ยงไปลองดู 5 วัน 4 คืนเอง (ใช้คาว่าเสี่ยงจริงๆนะ 55 )
กว่า จะมาเป็น .. ‘ คนกล้า คืนถิ่น ‘ ตัดสินใจมาอบรมว่ายากแล้ว .. ตอนตัดสินใจทิ้งธุรกิจที่กาลังไปได้ดี เพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้งนี่ต่างหากที่ยากยิ่งกว่า
แต่ในใจคือตั้งธงไว้แล้ว ..


‘ ถ้าต้องการชีวิตที่มีเวลาดูแลสุขภาพ ทั้งของตัวเองและครอบครัว .. นี่เป็นคาตอบเดียวที่ต้องเลือก ’
ตอนที่ลาออกจากงานประจาทิ้งเงินเดือนไปหลายหมื่นบาท เพื่อมาทาธุรกิจเล็กๆ คิดว่าตอนนั้นเผชิญคาคัดค้านจากคนรอบข้างโดยเฉพาะครอบครัวมากแล้ว .. แต่ตอนที่บอกทุกคนว่าจะกลับบ้านไปทาเกษตรอินทรีย์ มีชีวิตคลีนๆ นี่เหมือนจะเกิดสงครามรบกันในครอบครัว
วันที่ไปอบรม พ่อกับแม่ไปส่งแต่ไปเหมือนร่างไร้วิญญาณ


เขาไม่ได้รังเกียจการเป็นเกษตรกรนะ เพราะแม่ก็เคยทาไร่ พ่อก็มีสวนลองกองที่อุตรดิตถ์มาก่อนที่จะยกให้อาไป .. แต่เขาแค่ไม่เข้าใจว่า .. ส่งให้เรียนสูงๆอยู่ดีๆ ทาไมถึงอยากกลับมาลาบากเพราะเขาเข้าใจนิยามของคาว่า “ลาบาก” แค่มุมเดียว ซึ่งเขาไม่ผิด .. หน้าที่เราคือต้องทาให้เขาเข้าใจ และวันนั้นแน่ใจมากๆว่าวันหนึ่งเขาจะเข้าใจ เลยประกาศเซ้งร้าน .. เคลียร์ทุกหนี้ที่มี! หอบชีวิตที่ไม่มีหนี้ พร้อมเงินก้อนหนึ่งกลับบ้าน และแผนการที่วางไว้เป็นอย่างดี
กล้า .. ที่จะ ก้าว ..

มันยากที่สุดตรงก้าวแรก ..
ก้าวต่อ ๆ มามันก็ดูเหมือนจะยาก แต่ไม่ยากหรอก เพราะวันนี้มีเพื่อน มีที่ปรึกษา ที่มีความตั้งใจเดียวกันอยู่ค่อนประเทศ..
กลับมาถึงสิ่งแรกที่ทาคือ .. สารวจสิ่งที่มี ..เพราะสิ่งที่มีคือต้นทุนของการเริ่มต้นครั้งนี้ .. จด-หาข้อมูล-แล้ววิเคราะห์
อันดับแรกที่ตั้งใจคือ ทายังไงจะมีให้ครบบันได 4 ขั้นแรกที่เป็นพื้นฐานของทฤษฎีบันได 9 ขั้นเพื่อความพอเพียง ‘พอกิน- พอใช้ – พออยู่ – พอร่มเย็น’
ไปอบรมที่อื่นอาจจะได้เครือข่ายเพิ่มขึ้น ในช่วงเวลาสั้นๆ ..แต่ใน “คนกล้าคืนถิ่น” .. เรามีมากกว่านั้น เพราะมีเพื่อน.. มีพ่อบ้าน .. มีพี่เลี้ยง ที่จะคอยเป็นกาลังใจ เป็นที่ปรึกษาและเพื่อนร่วมทางตลอดชีวิต จึงใช้เวลาสั้นมาก .. สาหรับการสร้างพื้นฐานทั้ง 4 ขั้น ..เราโชคดีที่มีบ้านอยู่บนที่ดิน 3 ไร่ของแม่อยู่แล้ว ซึ่งมัน “พออยู่” ..และมีต้นไม้ที่พ่อปลูกไว้เป็นร่มเงาอยู่บ้าง .. เราจึง “พอร่มเย็น” ทีนี้ก็เหลือ “พอกิน-พอใช้” .. ซึ่งมันง่ายมาก .. เพราะเราแค่ปลูกสิ่งที่เรากินและก็กินสิ่งที่ปลูกนั่นแหละ เราก็จะ “พอกิน” แล้วเราก็ไปเติมความรู้ของการแปรรูปสิ่งที่มีเพื่อเป็นของใช้ .. น้ายาล้างจาน น้ายาซักผ้า ทาสบู่ ซีอิ๊วขาว ยาแก้ไอ การเผาถ่าน ทาน้าหมักชีวภาพ ปุ๋ยหมักอินทรีย์คุณภาพสูง สารไล่แมลง ฯ เท่านี้เราก็จะ “พอใช้” .. ผ่านมา 6 เดือน ..เราคิดว่ามีทั้ง 4 พอ นั้นพอประมาณนึงแล้ว

ตอนนี้ .. ถึงเวลาที่จะต้องก้าวไปบันไดขั้นถัดไป คือ ทาบุญ แบ่งปัน แปรรูป จาหน่าย และสร้างเครือข่าย .. ความจริงก็ทาทั้งหมดนี่ตามกาลังที่พอทาได้มาตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่ในวันที่พื้นฐานมันแน่น เราก็จะมีแรง มีเวลาทาขั้นก้าวหน้าได้มากกว่าเมื่อก่อนเท่านั้นเอง
วันนี้ ..
–  เราปรับปรุงบ้านที่จะใช้เป็นที่พักสุดท้ายของชีวิต เพื่อดูแลสุขภาพตัวเอง และดูแลสุขภาพของครอบครัวที่เรารัก
–  เราเอาความรู้ทางเภสัชศาสตร์ที่มี สร้างสวนสมุนไพรที่จะใช้เป็นยาพื้นฐาน และเริ่มทาอาหารที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพให้คนในครอบครัว
–  เราสร้างร้าน “ ฌอกะเฌอคาเฟ่ in the Garden” สาหรับจาหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพ และไว้เป็นที่แลกเปลี่ยนพูดคุยกับผู้คนที่สนใจเรื่องการกลับมาใช้ชีวิตที่ไม่ได้หรูหรา แต่ทว่าเรียบง่าย แข็งแรง และสงบสุข
– เรากาลังประสานงานกับโรงเรียนและชุมชนในพื้นที่ เพื่อเติมแนวคิดการใช้ชีวิตที่อาจะไม่ได้ดีที่สุดแต่มีความสุขที่สุดให้กับเด็กๆ และคนที่สนใจ
ครอบครัวที่ไม่เห็นด้วยกับเราในวันแรก .. วันนี้เขากลับกลายเป็นกาลังสาคัญ ที่จะทาให้บ้านของเราสงบและร่มเย็น อย่างที่เราคิด่วาเราควรจะเป็นมาตั้งนานแล้ว .. ที่เขาคัดค้านเราในวันแรกไม่ใช่เพราะว่าเหตุผลอื่นใดหรอก เพราะเขา “รักเรา” รักและไม่อยากให้เราลาบาก .. และในวันนี้ที่เขายอมรับในเส้นทางที่เราเลือก .. ก็ไม่ใช่เพราะเหตุผลใด นอกจากเขารู้แล้วว่าทั้งหมดที่เราเลือกทาลงไป ..เพราะเรา “รักเขา” เช่นกัน